ทาแป้ง..เสี่ยงเป็นมะเร็งได้ยังไง?
posted on 07 Oct 2009 17:03 by connectwaew in health-and-cusine
ได้ยินมานานแล้ว..เรื่องของการทาแป้งฝุ่นโดยเฉพาะในที่ลับทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
ที่ผ่านมาอยากจะเชื่อแต่ก็เชื่อไม่ลง เพราะสื่อที่บอกอย่างนั้นไม่เคยอธิบายเหตุผล
ก็ได้แต่เก็บประเด็นนี้เอาไว้ รับทราบและพึงสังเกตข้อมูลอื่นๆต่อไป จนกระทั่งเมื่อวานนี้
ได้ชมรายการของกระทรวงวิทย์ฯทางโทรทัศน์ เกี่ยวกับแร่ทัลค์ [Talcum : ทัลคัม]
ได้อธิบายเหตุผลไว้สั้นๆในเวลาของรายการสั้นๆ แต่ฟังแล้ว get และเมคเซนส์มาก
เลยลองมาเล่าให้ฟังค่ะ
เลยลองมาเล่าให้ฟังค่ะ
..รู้จัก "ทัลค์" กันไหมคะ มันเป็นส่วนผสมสำคัญของแป้งฝุ่นโรยตัวที่เราใช้กันอยู่
ทัลค์ เป็นแร่ธาตุ มีลักษณะเป็นผลึกแผ่นๆ สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ความแข็งระดับ 1
คุณสมบัติ : สามารถดูดซับความชื้นได้ เวลาทาผิวมันจะเรียงตัวกัน ทำให้เนียนและลื่นผิว..
เลยนิยมนำมาทำแป้งโรยตัว

การที่มันทำให้เราเป็นมะเร็งได้
...พอเริ่มสงสัย เค้าก็มีทดลองกับหนูบ้าง เอามาจากสถิติผู้ป่วยมะเร็งบ้าง
ผลวิจัยออกมาเข้าเค้าว่าทัลค์จะเป็นสาเหตุหลัก ก็เลยวิเคราะห์กันต่อ..
ว่ามันก็เป็นแร่ธาตุ.. เป็นสารอนินทรีย์อย่างหนึ่ง
ว่ามันก็เป็นแร่ธาตุ.. เป็นสารอนินทรีย์อย่างหนึ่ง
เผื่อว่าใครไม่รู้จัก 'สารอนินทรีย์' ก็พูดง่ายๆว่ามันคือสิ่งไม่มีชีวิต เช่น เหล็ก หิน
ส่วนใหญ่เป็นแร่ธาตุ ตรงข้ามกับ 'สารอินทรีย์' คือ สิ่งมีชีวิต(พืช สัตว์ มนุษย์)
หรืออะไรที่ทิ้งลงดินแล้วมันย่อยอะค่ะ
ของมีชีวิตจะย่อยสลายตามธรรมชาติโดยเป็นอาหารของแบคทีเรีย
หรืออะไรที่ทิ้งลงดินแล้วมันย่อยอะค่ะ
ของมีชีวิตจะย่อยสลายตามธรรมชาติโดยเป็นอาหารของแบคทีเรีย
แต่ทัลค์มันไม่มีชีวิต มันเลยไม่ย่อยค่ะ อยู่ยงคงกระพัน
พอเราเอามันเข้าไปสะสมอยู่ในตัวเราแล้ว
เราก็เลยเป็นมะเร็งจากการสะสมสิ่งแปลกปลอมไว้ในร่างกายมากๆนั่นเองค่ะ
เราก็เลยเป็นมะเร็งจากการสะสมสิ่งแปลกปลอมไว้ในร่างกายมากๆนั่นเองค่ะ
ประมาณว่าผลึกของมันสามารถเข้าไปสะสมอยู่ใต้ผิวหนังได้
หลุดเข้าไปในช่องคลอดได้ เข้าทางเดินหายใจเราได้
ทีนี้ก็เข้าใจแล้วว่า เหตุ และ ผล ของเรื่องนี้มันเป็นไงมาไงกันแน่
และสรุปด้วยวิทยาศาสตร์ได้ว่า การทาแป้งเสี่ยงมะเร็ง เป็นเรื่องจริงค่ะ

การป้องกัน
คงทำได้ยาก เพราะถ้าเราสามารถผึ่ง 'ที่ลับ' หรือ 'จุดซ่อนเร้น' ของเราให้แห้งได้
คงทำได้ยาก เพราะถ้าเราสามารถผึ่ง 'ที่ลับ' หรือ 'จุดซ่อนเร้น' ของเราให้แห้งได้
ต่อไปคงไม่มีใครเรียกมันว่า ที่ลับ ซ่อนเร้น..อะไรอย่างนั้นอะดิ
แต่เราคิดว่าการเปลี่ยนผ้าอนามัยชิ้นใหม่ไปเลย..
ต่อจากนี้คงไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายอย่างที่มันเคยเป็นแล้วล่ะ
เพราะถ้าต้องเสี่ยงกับมะเร็งและเชื้อราจากความอับชื้นแล้ว
ทิ้งมันไปเถอะค่ะ อย่าไปเสียดายมันอีกเลย
เดือนๆนึงเราจะใช้ผ้าอนามัยแค่สักกี่แผ่นกัน? จริงไหมคะ
เดือนๆนึงเราจะใช้ผ้าอนามัยแค่สักกี่แผ่นกัน? จริงไหมคะ
กับถ้าจำเป็นจริงๆ ทาแป้งแค่บริเวณขาหนีบ
เขยิบออกมาไกลอีกหน่อย ก็น่าจะลดได้อีกนิดนึงล่ะน่า..
ก็ยังดีนะ(ความเชื่อส่วนตัว
).....
ส่วนเรื่องแป้งที่ทำจาก แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้า หรือแป้งมัน ฯลฯ นั้น
สำรวจตลาดแล้วยังไม่พบค่ะ เอารูปมาให้ดูว่าขนาดแป้งเด็ก 3 ยี่ห้อ
มีขวดนึงเป็นแป้งผสม Zinc สรรพคุณทาลดผื่นผ้าอ้อมแล้วนะ(แสดงว่าเจาะจงให้ใช้ใกล้ที่ลับ)
ยังใช้ทัลค์เป็นส่วนประกอบสำคัญอยู่เลย

ก็สรุปว่าตัวใครตัวมันไปก่อน ทราบแล้วก็อะเลิท ตื่นตกใจกันต่อไป(แต่พองามนะ)
คาดว่าในอนาคตน่าจะมีผลิตแป้งจากสารอินทรีย์ออกมาแล้วล่ะค่ะ
แต่ระหว่างนี้ก็พยายามหาวิธีรักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงเท่าที่ทำได้ก็พอค่ะ
แต่ระหว่างนี้ก็พยายามหาวิธีรักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงเท่าที่ทำได้ก็พอค่ะ
สมัยนี้แล้ว..มีใครไม่เป็นมะเร็งบ้างเล่า? (อ้าวจบเลวซะงั้น..
)
)ปล.
เสียดายที่ link ของ สวทช.จังค่ะ
หาอะไรไม่เจอเลย จะอ้างอิงซักหน่อย
หาอะไรไม่เจอเลย จะอ้างอิงซักหน่อย
Tags: ทัลค์, มะเร็ง, แป้ง, แป้งก่อมะเร็ง, แป้งเด็ก3 Comments